บริษัท เบสท์ทัวร์ฮอลิเดย์ จำกัด
เบสท์ทัวร์ฮอลิเดย์ ยินดีบริการ จัดโปรแกรมทัวร์ ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ไกด์นำเที่ยว รถนำเที่ยว รับจัดทัวร์ รับจัดกรุ๊ปทัวร์ รับจัดกรุ๊ปเหมา ทั้งในและต่างประเทศ ดูงาน สัมนา ประชุม ทัศนศึกษา ฮันนีมูน เป็นหมู่คณะ 15 ท่านขึ้นไป โทร 02-174-2225-6 , 02-174-2133-4 Hotline 092-452-7919 095-532-7429 , 062-618-8826 , 092-259-4758
Previous
  • บริษัททัวร์ | รับจัดทัวร์
  • บริษัททัวร์ | รับจัดทัวร์
  • บริษัททัวร์ | รับจัดทัวร์
  • บริษัททัวร์ | รับจัดทัวร์
  • บริษัททัวร์ | รับจัดทัวร์
  • บริษัททัวร์ | รับจัดทัวร์
Next

รับจัดกรุ๊ปทัวร์์

เบสท์ทัวร์ฮอลิเดย์ ยินดีบริการ จัดโปรแกรมทัวร์ ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ไกด์นำเที่ยว รถนำเที่ยว รับจัดทัวร์, รับจัดกรุ๊ปทัวร์, รับจัดกรุ๊ปเหมา ทั้งในและต่างประเทศ ดูงาน สัมนา ประชุม ทัศนศึกษา ฮันนีมูน เป็นหมู่คณะ 15 ท่านขึ้นไป เรายินดีจัดโปรแกรมทัวร์และราคาตามที่ลูกค้าต้องการ (ทัวร์ราคาประหยัด ขึ้นอยู่กับ สายการบินที่เดินทางเป็นหลัก)

รับจัดทัวร์, จัดกรุ๊ปทัวร์, จัดกรุ๊ปเหมา, จัดกรุ๊ปดูงาน, จัดกรุ๊ปสัมนา, จัดกรุ๊ปทัศนศึกษา, ทัวร์ราคาถูก

 
call center
ทัวร์ยอดนิยม

ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา

   กัมพูชาเป็นประเทศตั้งอยู่ในส่วนใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทิศตะวันตกติดต่อกับประเทศไทยทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับเวียดนาม และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดอ่าวไทย
ภูมิอากาศ  
โดยทั่วไปคล้ายๆ กับสภาพอากาศในเมืองไทย แต่จะแห้งและร้อนกว่านิดหน่อย อุณหภูมิประมาณ 24-35 องศา ฤดูฝนจะอยู่ในช่วง พฤษภาคม-ตุลาคม และช่วงหน้าแล้ง หรือหน้าหนาวประมาณ พฤษจิกายน-เมษายน

   เงินตรา 
แนะนำว่าควรใช้ USD หรือเงิน Riel ซึ่งเป็นสกุลเงินของกัมพูชา สามารถแลกได้ที่ ธนาคารหรือตามตลาดใหญ่ๆ ธนาคารจะปิดทำการวันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดราชการ



สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของกัมพูชา
เมืองเสียมเรียบ

ปราสาทปักษีจำกรง : ปราสาทหลังขนาดย่อม อยู่ตรงทางเข้านครธม

สะพานนาคราช : สะพานข้ามเพื่อเข้าสู่นครธม สร้างขึ้นตามความเชื่อทางศาสนา ด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน นำชม ประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมืองต่างๆ ที่ท่านเคยพบมา 

ปราสาทบายน : ศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม ยอดปราสาทขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะสลักเป็นรูปเทวพักตร์ 4 หน้า ผนังด้านล่างของตัวปราสาทจะปรากฏภาพสลักฝาผนัง ซึ่งเป็นภาพแสดงชีวิตประจำวันของชาวเขมร และภาพการสงครามระหว่างขอม (เขมรโบราณ) กับพวกจาม (เวียดนามโบราณ) ซึ่งเปรียบเสมือนการบันทึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเขมรไว้ 

พระชัยพุทธมหานาค และ บ่อน้ำโบราณ : ซ่อนอยู่ในห้องแคบๆลึกลงไปใต้ฐานปราสาทกว่า 20 เมตร และน้ำจากบ่อนี้จะถูกนำไปใช้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์เขมรทุกรัชกาล 

พนมบาเกง : เป็นเทวสถานที่สร้างตามลัทธิไศวนิกาย เมื่อราว พ.ศ. 1443 เพื่อเป็นศูนย์กลางของเมืองพระนคร (อังกอร์) ตั้งอยู่บนภูเขาหิน เมื่อชมวิวจากด้านบนท่านจะสามารถชมความงามของนครวัดและนครธมได้อย่างงดงาม ส่วนใหญ่บริษัททัวร์ มักนิยมนำลูกทัวร์ขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกดินบน 

ปราสาทบันทายสรี : ปราสาทบันทายสรี หรือที่เรียกว่า "บันเตย์เสรย" แปลว่า "ป้อมแห่งสตรี" ถ้าแปลตามภาษาสันสกฤตซึ่ง "ศรี" แปลว่าความดีงามแล้วก็อาจจะแปลได้ว่า "ป้อมที่สวยงาม" ศิลปะการจำหลักลายบนหินทรายที่ปราสาทบันทายสรีนี้งดงามมาก เนื่องจากสร้างด้วยหินทรายสีชมพูแกะสลักภาพนูนต่ำซึ่งมีความปราณีตอ่อนช้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลวดลายพรรณพฤกษาและลวดลายห้านขดต่างๆ ล้วนมีความคมบางประดุจกลีบดอกกลีบใบที่สลักอยู่บนหินนั้นลอยเด่นออกมา ส่วนรูปจำหลักที่เป็นภาพเทวดาและสัตว์ต่างๆ ก็มีความประณีตพิเศษ ช่างผู้สลักต้องมีความชำนาญมากที่จะแกะสลักรูปเทวดาและสัตว์ต่างๆ นั้นให้นูนเด่นเกือบจะเหมือนลอยตัว 

ปราสาทแปรรูป : สร้างโดยพระเจ้าราเชนทรวรมันในปี พ.ศ. 1504 เป็นปราสาทที่มีทรวดทรงงดงามลงตัว สร้างด้วยวัสดุหลายชนิด อาทิ ศิลาแลง หินทราย และอิฐ เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมเขมร

ปราสาทนครวัด : สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยสร้างถวายเป็นพุทธบูชา เราจะใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายนี้ชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของคนโบราณ จะเดินผ่านสะพานนาคราชขนาดใหญ่ ข้ามคูน้ำที่กว้างเกือบเท่าแม่น้ำเจ้าพระยารอบปราสาท ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ อาทิ ภาพมหากาพย์เรื่องมหาภารตะและรามเกียรติ์, ภาพการกวนเกษียรสมุทร, ภาพ การยกกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โดยในภาพจะมีภาพ กองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่ด้วย ผ่านซุ้มโคปุระ (ซุ้มประตู) ชั้นนอกสุดเข้าสู่ลานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยศิลา ชมรูปสลัก นางอัปสร หรือ นางอัปสรา นับพันนับหมื่นองค์ จากนั้นดื่มด่ำกับความงดงามของอยดปราสาททรงดอกบัวตูม 5 ยอด 

ปราสาทบาปวน : ปราสาทที่ตั้งอยู่ในพระราชวังหลวง มีทางเดินเป็นสะพานหินทอดจากประตูไปยังตัวมหาปราสาท ซึ่งมีบันทึกว่าเป็นปราสาทที่ฉาบด้วยทองคำ(ปิดทอง) 

ปราสาทพิมานอากาศ : สร้างด้วยศิลาแลงซ้อนกัน 3 ชั้นแบบปิรามิด ชั้นบนสุดเป็นหินทรายเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าประจำวัน กล่าวกันว่าทุกคืนก่อนพระเจ้าแผ่นดินจะทรงบรรทมจะต้องมาสวดมนต์บูชาเทพเจ้าทุกคืน แล้วไปชมสระน้ำ ซึ่งอยู่ทางเหนือของพระราชวัง เป็นที่ซึ่งเจ้านายในราชสำนักใช้เป็นที่อาบน้ำแบ่งออกเป็น 2 สระ สำหรับสระผู้ชายสระหนึ่งและสระผู้หญิงสระหนึ่ง ก่อนออกจากบริเวณพระราชวังหลวง เราจะเดินผ่าน 

ศาลพระเจ้าขี้เรื้อน : ด้านหน้าและด้านหลังกับผนังทั้ง 2 ด้าน แต่งด้วยหินทรายและลายปูนปั้นเป็นเทพอัปสรและอสูรเป็นชั้นๆ เป็นภาพที่งดงามมาก 

พลับพลาช้าง : ฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็นรูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่ที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ การละเล่นไฟพะเนียงแบบท้องสนามหลวงของไทย

ปราสาทพระขรรค์ : เป็นที่ตั้งของจารึกล้ำค่าที่เป็นกุญแจไปสู่ประวัติศาสตร์เขมร สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ. 1734 ตั้งอยู่กลางป่ารกที่มีเถาวัลย์พันไปมาอย่างงดงาม นอกจากนั้นท่านจะได้ชม ห้องทุบอก ซึ่งเมื่อท่านยืนเอาหลังแนบกำแพงภายในห้องขนาดย่อม ในตัวปราสาทและทุบอกของท่านเองแม้เพียงเบา อะไรจะเกิดขึ้นขอเชิญท่านพิสูจน์เอง 

ปราสาทนาคพัน : ลักษณะเป็นเกาะเล็กๆตั้งอยู่กลางบาราย (ทะเลสาบ) ทำฐานเป็นรูปนาคขดพันลำตัวเวียนขึ้นเป็นชั้นซ้อนกันแทนขั้นบันได องค์ปราสาทด้านนอกแกะสลักภาพพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่อย่างงดงาม รอบสระบารายทำซุ้มศิลาเป็นเสมือนประตูน้ำที่จะไขน้ำไปสู่ทิศต่างๆได้ โดยน้ำนั้นจะไหลผ่านศิลาสลักทั้งหลัง 

ปราสาทตาแก้ว : ซึ่งเป็นหินทรายขนาดใหญ่ประกอบด้วยปราสาท 5 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาทรายสูงใหญ่ มีระเบียงคดล้อมรอบตัวปราสาทโดยมีหลังคามุงด้วยอิฐเป็นครั้งแรกในเขมร 

ปราสาทตาพรหม : สร้างในปี พ.ศ. 1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวัดในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าสนามหลวงของไทย รวบรวมหมู่ปราสาทไว้ถึง 24 หลัง

   กรุงพนมเปญ

วัดพนม : ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ใจกลางกรุงพนมเปญ ภายในวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปปั้นของนางเพ็ญ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่านางเพ็ญผู้พบพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ต่อมาภายหลังเมื่อมีการสถาปนาบริเวณนี้เป็นเมืองหลวงจึงได้ชื่อว่ากรุงพนมเปญ ตามชื่อของวัดแห่งนี้

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ : สถานที่รวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าของเขมรมากมาย 

พระราชวัง : ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระเจ้าสีหนุ สามารถชมได้แต่เพียงด้านนอกเท่านั้น

สามสบ : จุดรวมของแม่น้ำสามสายอันได้แก่ แม่น้ำโขงตอนบน,โขงตอนล่างและป่าสัก

   อาหาร
   อาหารกัมพูชาคล้ายกับอาหารไทย และได้รับอิทธิพลจากอาหารต่างชาติค่อนข้างมาก เช่น ในเมืองใหญ่จะมีอาหารเวียดนามบริการ เช่น เฝอ ปอเปี๊ยะ ปากหม้อ ข้าวเกรียบอ่อน ขนมจีนหมูย่าง อาหารประเภทผัดผัก หรืออาหารเส้นได้รับวัฒนธรรมจากประเทศจีน Num pa-chok ก๋วยเตี๋ยวน้ำ Mee (บะหมี่ไข่เส้นสีเหลือง) MEE CHAR บะหมี่ผัดแห้ง Katiev char ก๋วยเตี๋ยวผัด (เส้นทําจากแป้งขาว)
แกงกะหรี่ได้รับอิทธิพลมากจากอินเดีย ซึ่งมีบทบาทต่อกัมพูชามากในประวัติศาสตร์ ยังพบเห็นอาหารที่รับวัฒนธรรมจากทางตะวันตก เช่น ลกละ (Lok Lak ) ซึ่งเป็น สเต็กเนื้อหั๋นเป็นลูกเต๋า ขนมปังปะเต ขนมปังฝรั่งเศส ใส่ไส้แฮม หมูยอ ต้นหอม เนื้อบด นิยมรับประทาน เป็นอาหารเช้า อาหารกัมพูชารสชาติไม่จัดจ้าน การปรุงรสเผ็ดใช้พริกไทยเป็นหลัก ในน้ำพริก (tirk salouk) นั้นจะใช้พริกไทยทําให้เกิดรสเผ็ด ใช้น้ำปลา กะปิ และปลาร้า (Pahok) ชาวกัมพูชารับประทานข้าวเจ้าเป็นหลัก ข้าวเหนียวนิยมทําขนมและของหวาน ของหวานจากข้าวเหนียวที่เป็นที่นิยมคือAnksom chek ข้าวต้มมัด/ข้าวต้มผัด ใส่กล้วย และ Anksom chrook (ชรุค)ข้าวต้มมัด/ผัด ใส่หมูและถั่วเขียว (คล้ายไส้ขนมเทียน) ซึ่งใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่
กรรมวิธีการปรุงอาหารปรุงเน้นเรียบง่ายไม่ยุ่งยากแต่ได้รสชาติอาหารสดๆ จากธรรมชาติ เช่นการ ต้ม การปิ้ง ย่าง พืชผักมีทั้งจากสวนจากไร่ ปลูกไว้ข้างบ้านและผักป่า ผักที่นิยมใช้ คือ ขมิ้น ข่า ขิง กระเทียม มะกรูด นิยมใช้ใบมะกรูดในอาหารหลายๆอย่าง มะขาม มะนาวใช้ปรุงรสเปรี้ยว จําพวกต้มยําต้มโคล้ง (Salor Machu) ผักติ้ว แตงกวา โหระพา สะระแหน่ ทองหลาง ผักกาดเขียว ผักปัง ผักขแยงนา ใบบัวบก สายบัว รากบัว ชะพลู มะยม แค ผักแพว ผักไผ ยอด-ดอก-ผลอ่อนของฟักทอง มะเขือยาวสด ผักชีญวน ผักคาวตอง มะม่วง มะกอก (มะกะ) นิยมนํามายําเป็นอาหารว่าง เช่นยํามะม่วงใส่กะปิ (Bok swai chei) ยํามะกอกกับปลากรอบ
ในอาหารกัมพูชาใช้น้ำตาลโตนดมากกว่าน้ำตาลทราย เนื่องจากปลูกต้นตาลมากกว่าการปลูกอ้อย ใช้กะทิในแกงกระหรี่และของหวานเนื่องจากภูมิประเทศยังเป็นป่าอยู่มาก การกินอาหารป่าจึงเป็นเรื่องปกติ แต่แหล่งอาหารสําคัญคือ โตนเลสาบ (ทะเลสาบเขมร) ซึ่งมีปลาอุดมสมบูรณและรสชาติดีมาก อาหารโปรตีนหลักจึงเป็นปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มีกุ้ง หอย ปู ปลา กบ ตะพาบ เต่า เหลือจากบริโภคสดนิยมมาหมักดองไว้ เช่นปลาร้า (pahok) ปลาจอม (Mam (มํา) และกะปิ (kapik) อาหารส่งออกหรือเป็นของฝากจากกัมพูชา มักเป็นปลากรอบ ปลาตากแห้ง ปลารมควัน นิยมกินปลากรอบ (trei ngeat ) โดยนํามายํากับมะกอก ย่าง หรือนํามาแกง ปลาแห้งก็แกงใส่ผัก เช่น ฟักเขียว หรือตําน้ำพริก เนื้อปลานํามาทําทอดมัน เรียก Pahet (ปาเห็ด) ทําอามก (Amok) คือ ห่อหมก ใช้ปลาน้ำจืดหั่นเป็นชิ้นมาทําห่อหมก

 

ข้อมูลน่าสนใจ

รับจัดทัวร์


Fastival
TIP FOR TRAVEL
Fastival
Fastival
Fastival
My FanPage
partner
logo
บริษัท เบสท์ทัวร์ฮอลิเดย์ จำกัด
เบสท์ ทัวร์ฮอลิเดย์ ยินดีบริการ จัดโปรแกรมทัวร์ ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ไกด์นำเที่ยว รถนำเที่ยว รับจัดทัวร์ รับจัดกรุ๊ปทัวร์ รับจัดกรุ๊ปเหมา ทั้งในและต่างประเทศ ดูงาน สัมนา ประชุม ทัศนศึกษา ฮันนีมูน เป็นหมู่คณะ 15 ท่านขึ้นไป โทร 02-174-2225-6 , 02-174-2133-4 Hotline 092-452-7919 095-532-7429 , 062-618-8826 , 092-259-4758
ออกแบบเว็บไซต์ โดย DesignOHO